กล้วยไทย
ประวัติกล้วยกล้วยประเทศไทย นั้น เดิมเป็นกล้วยป่าต่อมาได้มีการนำเข้ากล้วยตานี และกล้วยชนิดอื่น ในช่วงที่มีการอพยพของคนำทยในการตั้งถิ่นฐาน
อยู่ที่จังหวัดสุโขทัย มีเอกสารเขียนโดย เดอ ลาลูแบร์ (1963) กล่าวว่า ในสมัยอยุธยาที่เขาได้เดินทางมาเขาพบว่ามีกล้วยร้อยหวี และในปี ค.ศ. 2484 เป็นต้นมา ได้มีการรวบรวมพันธุ์กล้วยไว้บ้างในบางช่วง และสูญหายไป ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รวลรวมพันธุ์ไว้ที่สถานีวิจัยปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันการปลูกกล้วยในประเทศไทย จอกจากจะปลูกเพื่อบริโภคในประเทศแล้ว ยังส่งกล้วยหอมทองไปขายยัง ต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกงและยุโรป แต่ปริมาณการส่งออกลดลงทุกปี ๆ เพราะคุณภาพของกล้วยหอมทองไม่เหมาะในการส่งออกต่างประเทศเนื่อง จากสุกง่ายและเปลือกบาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำได้ทำการศึกษาถึงสายพันธุ์กล้วยซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศพบว่า ประเทศไทยสามารถ ปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชได้ดี
ต้น เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเทียมเกิดจากกาบใบหุ้มซ้อนกัน มีขนาดใหญ่สูง 2 – 4 เมตร ใบ ใบสีเขียวขนาดใหญ่เป็นแผ่นยาว เส้นของใบขนานกัน ก้านใบเห็นชัดเจน ดอก เป็นดอกช่อลักษณะห้อยลง ยาว 25 – 30 ซม. เรียกว่า “ปลี” มีกาบหุ้มสีแดงม่วงเส้นใบขนานกัน ดอกย่อยออกเป็นแผง ดอกมีฐานดอกเป็นดอกตัวเมียส่วนปลายเป็นดอกตัวผู้ เมื่อดอกตัวเมียเริ่มเจริญเป็นผลดอกตัวผู้จะเริ่มร่วงหล่นไป ช่อดอกเจริญเป็นเครือกล้วย ผล ผลจะติดกันเป็นแผง เรียกว่า “หวี” ประกอบซ้อนกันหลายหวีเรียกว่า “เครือ” เครือละประมาณ 7 – 8 หวี เมื่อออกผลใหม่จะมีสีเขียวเมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง แต่ละต้นจะให้ผลครั้งเดียวแล้วตายไป (กรมส่งเสริมการเกษตร, 2550)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น